ซิลิโคนเสริมหน้าอกเสี่ยงมะเร็ง เลือกยังไงให้อึ๋มได้แบบปลอดภัย

 ส.ค. 23, 2019

Share


           เรื่องนี้สาวอัพไซต์ต้องรู้ เพราะวันนี้คุณพี่มีเรื่องราวที่จะมาอัพเดทให้ได้ทราบกันค่ะ เพราะเมื่อไม่นานมานี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)  ได้แจ้งว่า มีการเรียกคืนผลิตภัณฑ์เต้านมเทียมซิลิโคนหลายต่อหลายรุ่นกันเลยทีเดียว หนึ่งในนี้มีซิลิโคนรุ่นที่คนนิยมเป็นลำดับต้นๆ ก็คือ นาเทรล (NATRELLE) ที่ผลิตโดยบริษัท Allergan

           นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้เปิดเผยว่า อย.ได้รับข้อมูลจากบริษัท แอลเลอร์แกน (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท นีโอฟาร์ม จำกัด แจ้งขอเรียกคืนผลิตภัณฑ์เต้านมเทียมซิลิโคนชนิดผิวขรุขระ (BIOCELL®) ชื่อทางการค้า นาเทรล (NATRELLE) โดยสมัครใจ สำหรับทุกรุ่นการผลิตที่ยังไม่ได้ฝังในร่างกาย เนื่องจากพบความเสี่ยงเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่สัมพันธ์กับการเสริมเต้านมเทียม ที่ส่งผลต่อการเสียชีวิต พร้อมแนะนำให้ผู้ที่รับการศัลยกรรมไปแล้ว ติดตามความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย หากมีความผิดปกติให้พบแพทย์ทันทีค่ะ

           ผลิตภัณฑ์ที่เรียกคืนของบริษัท แอลเลอร์แกน (ประเทศไทย) จำกัด ได้แก่

1. เต้านมเทียมซิลิโคนใช้ฝังในร่างกาย นาเทรล รุ่นเอสที-410 เอ็มเอฟ เลขที่ใบรับแจ้งรายการละเอียด จน. 5/2560

2. เต้านมเทียมซิลิโคนใช้ฝังในร่างกาย นาเทรล รุ่น 120 เลขที่ใบรับแจ้งฯ จน. 36/2561

3. เต้านมเทียมซิลิโคนใช้ฝังในร่างกาย นาเทรล รุ่น เอสที-410 เอ็มเอ็ม เลขที่ใบรับแจ้งฯ จน. 4/2562

          บริษัท นีโอฟาร์ม จำกัด ผลิตภัณฑ์ที่เรียกคืน ได้แก่

1. เต้านมเทียมซิลิโคนใช้ฝังในร่างกาย นาเทรล รุ่น 110 เลขที่ใบรับแจ้งฯ จน. 79/2553

2. เต้านมเทียมซิลิโคนใช้ฝังในร่างกาย นาเทรล รุ่น 120 เลขที่ใบรับแจ้งฯ จน. 106/2553

3. เต้านมเทียมซิลิโคนใช้ฝังในร่างกาย นาเทรล รุ่น ST-410 MF เลขที่ใบรับแจ้งฯ จน. 2/2554

4. เต้านมเทียมซิลิโคนใช้ฝังในร่างกาย นาเทรล รุ่น ST-410 MM เลขที่ใบรับแจ้งฯ จน. 3/2554

            นอกจากนี้ ไม่รวมผลิตภัณฑ์เต้านมเทียมซิลิโคนใช้ฝังในร่างกาย ชนิดผิวขรุขระ (MICROCELL®) ชื่อทางการค้า CUI MHP และ CUI MLP และผลิตภัณฑ์เต้านมเทียมซิลิโคนใช้ฝังในร่างกาย ชนิดผิวเรียบ (Smooth) ชื่อทางการค้า CUI SLD และ CUI SHD ซึ่งทาง อย. จะคอยติดตามผลิตภัณฑ์เสริมหน้าอกทุกประเภทอย่างเข้มงวด (ข้อมูลข่าวจาก Thai PBS)

            วันนี้คุณพี่ Queen S จึงขอทำหน้าที่แถลงไข และให้ข้อมูลกับคุณน้องที่เสริมอึ๋มมาแล้ว หรือกำลังมีแพลนจะเสริม ต้องระมัดระวัง ดูแลตัวเอง พร้อมรับทุกสถานการณ์ จะมะเร็ง มาจ้อง มามอง ก็อย่าให้เขาทำอะไรอึ๋มของเราได้ค่ะ

รู้จักมะเร็งต่อมน้ำเหลือง BIA-ALCL ที่พบจากการเสริมหน้าอก 

            BIA-ALCL เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิด Non-Hodgkin's lymphoma ที่เกี่ยวข้องกับการใช้เต้านมเทียมฝังในร่างกายที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากมะเร็งต่อมน้ำเหลืองทั่วไปที่พบเฉพาะเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด T-cell เท่านั้น ซึ่งไม่ใช่มะเร็งเต้านมที่เกิดจากเนื้อเยื่อของเต้านม BIA-ALCL เป็นมะเร็งมีโอกาสเกิดน้อย แต่มีความร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่ตอบสนองต่อการรักษาได้ดี มีโอกาสหายขาดได้ด้วยการผ่าตัดโดยไม่ต้องใช้ยาเคมีบำบัด

คำแนะนำสำหรับผู้ที่เสริมหน้าอก เพื่อลดความเสี่ยง 

  • ตรวจสอบรุ่นซิลิโคนที่เสริม ว่าได้ถูกเรียกคืน และมีความเสี่ยงหรือไม่
  • ตรวจเช็คการเปลี่ยนแปลงบริเวณรอบซิลิโคนของตนเอง หากพบความผิดปกติ เช่น เจ็บ บวม เต้านมขยายขึ้น ให้ปรึกษาแพทย์ทันที
  • ควรตรวจติดตามผลอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพราะส่วนใหญ่ตรวจพบมะเร็งต่อมน้ำเหลือง หลังจากการเสริมหน้าอกแล้ว ตั้งแต่ 2-28 ปี
  • หากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบ และพบความผิดปกติให้รีบปรึกษาแพทย์ ไม่แนะนำให้นำเต้านมเทียมออก ถ้าไม่มีอาการผิดปกติ หากกังวลแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้ที่ทำการผ่าตัดเสริมหน้าอก
  • หากไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบ ควรตรวจเช็คบริเวณซิลิโคนของตนเอง เนื่องจากมีโอกาสเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลืองได้เช่นกัน

เรื่องที่ควรรู้ ก่อนเสริมหน้าอก ให้ทรงสวยแบบปลอดภัย

1.ทรงซิลิโคนเสริมหน้าอก

           ก่อนอื่นเราต้องรู้จักลักษณะทรงของซิลิโคน ซึ่งมี 2 ทรง คือ ซิลิโคนทรงหยดน้ำ และ ซิลิโคนทรงกลม โดยแต่ละแบบจะมีความแตกต่างและความเหมาะสมค่ะ


ซิลิโคนเสริมหน้าอกทรงหยดน้ำ

           ลักษณะทรงซิลิโคน : เป็นป่องตรงส่วนล่าง และจะแบนตรงส่วนบน ลักษณะเหมือนหยดน้ำ

           เหมาะกับ : สาวๆที่มีเนื้อหน้าอกน้อย เพราะซิลิโคนทรงหยดน้ำจะให้ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติ ดูเนียนกว่าซิลิโคนทรงกลม

ซิลิโคนเสริมหน้าอกทรงกลม

           ลักษณะทรงซิลิโคน : มีความกลมขอบโค้งมนดูเข้ารูป ซึ่งซิลิโคนเจลภายในจะเหลวกว่าทรงหยดน้ำ

           เหมาะกับ : สาวๆที่มีเนื้อหน้าอกอยู่บ้าง แต่ต้องการเติมเต็มให้ได้รูปหรือแก้ไขข้อบกพร่อง เช่น หน้าอกหย่อนคล้อย เป็นต้น และยังทำให้เห็นหน้าอกได้เด่นชัด

2.ผิวของซิลิโคนเสริมหน้าอก

          สิ่งที่ต้องรู้ต่อมาก็คือ ผิวของซิลิโคน สำหรับสาวๆที่เลือกซิลิโคนเสริมหน้าอกทรงกลม จะต้องเลือกพื้นผิวของซิลิโคน แบ่งเป็น ผิวเรียบ และ ผิวทราย แต่ก็มีหลายปัจจัยที่เราต้องรู้ วันนี้คุณพี่จึงทำตารางเปรียบเทียบเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น


3.ตำแหน่งการผ่าตัดเสริมหน้าอก

         ปกติจะมีการเปิดแผลผ่าตัด 3 ตำแหน่งด้วยกัน คือ ผ่าใต้รักแร้ ใต้ราวนม รอบปานนม


ตำแหน่งที่ 1 แผลใต้ราวนม 

          ถือเป็นตำแหน่งที่ได้รับความนิยม เพราะฟื้นตัวเร็ว บวมน้อย สามารถหยุดเลือดได้ง่าย เหมาะกับคนที่ชอบใส่เสื้อกล้ามหรือสายเดี่ยว แต่ข้อเสียคือมีโอกาสเกิดแผลเป็นที่ใต้ราวนม แผลเป็นนูน แผลเป็นคีลอยด์ ( Keloid ) แต่โอกาสที่จะเป็นแผลนูนนั้นขึ้นอยู่กับคุณหมอที่ทำการผ่าตัดเสริมนะคะ

ตำแหน่งที่ 2 แผลรอบปานนม ( Periareolar incision )

          ตำแหน่งนี้ ไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไหร่ เพราะ ไม่สามารถใส่ซิลิโคนขนาดใหญ่ได้และมีเนื้อที่ค่อนข้างจำกัด ข้อเสียอีกอย่างนึงก็คือ มีโอกาสชาที่หัวนมสูง มีโอกาสเกิดติดเชื้อ และพังพืดรัดถุงซิลิโคนสูง แต่ข้อดี คือ ปกปิดแผลได้ดี นั่นเองค่ะ

ตำแหน่งที่ 3 แผลใต้รักแร้  ( Transaxillary incision )

         การผ่าตัดใต้รักแร้ ถือว่าได้รับความนิยมสูงเช่นกัน เพราะสามารถซ่อนแผลไว้ใต้รักแร้ซึ่งเป็นจุดซ่อนเร้นได้ ข้อเสีย คือ การผ่าตัดค่อนข้างยุ่งยากและใช้เวลาพักฟื้นนาน และไม่เหมาะกับคนที่ชอบใส่เสื้อแขนกุดอีกด้วยค่ะ

4.ยี่ห้อซิลิโคนที่ได้รับรองมาตรฐาน 

           อีกสิ่งหนึ่งที่จำเป็นต้องศึกษาให้ดี ก็คือยี่ห้อของซิลิโคน ซึ่งแต่ละยี่ห้อจะมีจุดเด่น และราคาที่แตกต่างกัน วันนี้คุณพี่จึงทำสรุปของแต่ละยี่ห้อมาให้นะคะ จะมียี่ห้อไหนที่ผ่าน อย. บ้าง ไปดูกันค่ะ 


5.ขนาด CC ของถุงซิลิโคนเสริมหน้าอก

           หลายๆคนจะคิดว่า เสริมหน้าอก ทั้งทีขอใหญ่ๆไว้ก่อน ทำทั้งทีเอาให้คุ้มไปเลยค่ะ แต่เดี๋ยวก่อน !! มันไม่ใช่แบบนั้นนะคะคุณน้อง เราควรเสริมหน้าอกโดยอิงจากสรีระเราเป็นหลักค่ะ เพราะหากเสริมบิ๊กบึ้มเกินไป อาจทำให้ปวดหลังได้ นอกจากนี้นะคะ คุณพี่ได้สอบถามผู้ชายส่วนใหญ่มา เขาแอบกระซิบว่า ขนาดหน้าอกที่ปลื้มสุดๆ คือ ประมาณคัพ B+ ถึงคัพ C ค่ะ เพราะฉะนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเสริมให้ได้ขนาดใหญ่โต เอาที่เหมาะสมกับตัวเราจะดีกว่านะคะ จะได้ไม่เกิดผลเสียตามมาในภายหลังค่ะ

6.คลินิก โรงพยาบาล และแพทย์ที่ทำการเสริมหน้าอก 

           ท้ายที่สุดแล้ว คนที่ให้คำแนะนำ ว่าเราเหมาะกับการเสริมหน้าอกแบบไหนได้ดีที่สุด ก็คือ แพทย์ที่ทำการผ่าตัด แต่ต้องแพทย์เฉพาะทางและมีความรู้ ความเชี่ยวชาญเท่านั้นนะคะ พร้อมทั้งสถานประกอบการที่ได้รับอนุญาต และควรมีวิสัญญีแพทย์โดยเฉพาะ ถึงแม้ราคาอาจจะสูง แต่เมื่อเทียบกับความปลอดภัยแล้ว ถือว่าคุ้มค่าแน่นอนค่ะ เพราะการผ่าตัดเสริมหน้าอก เป็นการผ่าตัดที่ค่อนข้างมีความเสี่ยงสูง หากไม่ศึกษาหรือตรวจสอบอาจทำให้เกิดอันตรายได้นะคะ

           สุดท้ายเหนือสิ่งอื่นใด นอกจากตำแหน่ง ผิวซิลิโคน ประเด็นที่เราควรศึกษา ก็คือ ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่จะใช้ เช่น ชื่อผลิตภัณฑ์ วัสดุที่ใช้ บริษัทผู้ผลิต รุ่นการผลิต รวมทั้งเปรียบเทียบประโยชน์และความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด เพื่อลดความเสี่ยงหลังผ่าตัดเสริมหน้าอก ควรเช็คให้แน่ใจ ว่าซิลิโคนได้มาตรฐานหรือไม่ มีหีบห่อบรรจุ มีใบรับประกันหรือไม่ และอย่าลืมขอใบรับประกันซิลิโคนเก็บไว้ด้วยนะคะ

            คุณพี่ก็ขอให้อวยพรให้คุณน้องที่มีแพลนจะเสริมหน้าอก ได้อกที่สวยถูกใจ หรือคุณน้องคนไหนที่เสริมหน้าอกมาแล้ว อย่าลืมตรวจเช็คน้องนมบ่อยๆนะคะ ด้วยรักและหวังดีจากคุณพี่ Queen S คนดี คนเดิมค่ะ


ขอบคุณที่มาข้อมูล : ThaiPBS , Thairath , Ampro health


ใครที่มีคำถามสงสัยเกี่ยวกับศัลยกรรม ที่อยากจะถามคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านความงามโดยตรงที่ skindeal.me ของเราทำได้แล้วนะคะ เพียงแค่

 

1. สมัครสมาชิก คลิกที่นี่

2. เข้าไปตั้งคำถามที่ต้องการ คลิกที่นี่

3. รอคำตอบจากคุณหมอ โดยจะมีอีเมลล์แจ้งไปทางอีเมลล์ที่สมัครไว้เมื่อคุณหมอมาตอบแล้ว



ถ้าอยากรู้ข้อมูลเกี่ยวกับเลเซอร์และศัลยกรรมอื่นๆ ทั้งหมดก็ คลิกที่นี่ได้เลยนะคะ

อย่าลืมกดแชร์บทความเป็นกำลังใจให้คุณพี่ด้วยน้าาาา

#พอใจให้หยุด #สวยไม่สุดค่อยไปต่อ #Skindeal #QueenS


บทความที่เกี่ยวข้อง

Powered by Froala Editor

Share