ภาวะ ดื้อโบท็อกซ์ รู้ไว้ก่อนสายเกินแก้

 ส.ค. 9, 2019

Share

           “โบทูลินั่ม ท็อกซิน” ตัวแม่ระดับต้นๆของวงการเสริมความงาม เพราะเป็นเทคนิคที่ทำให้เราสวยได้อย่างรวดเร็วและเห็นผลชัดเจน แต่แค่ไม่ได้คงอยู่ถาวรเท่านั้นเองละค่ะ  ทำให้เราต้องกลับมาฉีดซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า และหากสารฉีดมีความบริสุทธิ์ไม่เพียงพอ หรือมีโปรตีนที่ไม่ได้ส่งผลในทางบวกปนเปื้อนมาด้วย ก็อาจทำให้ร่างกายเกิดภูมิคุ้มกันต่อสิ่งแปลกปลอมนั้นๆ จนในที่สุดการฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซิน ก็จะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในที่สุดก็ทำให้เกิด “ภาวะดื้อโบท็อกซ์”

มาทำความรู้จักโบท็อกซ์กันก่อน  

          เราคงคุ้นหูกันในชื่อของโบท็อกซ์ แต่จริงๆแล้วเป็นชื่อทางการค้า ของบริษัท Allergan  โดยชื่อเต็มๆของสารชนิดนี้ก็คือ โบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botulinum Toxin) เป็นโปรตีนบริสุทธิ์ที่ออกฤทธิ์กับระบบประสาท ช่วยยับยั้งสารสื่อประสาทที่ส่งมายังกล้ามเนื้อในบริเวณนั้น ส่งผลให้กล้ามเนื้อเกิดการคลายตัว ลดการเกร็งกล้ามเนื้อ ประโยชน์ของโบทูลินั่ม ท็อกซิน ถูกนำมาใช้ในการแก้ปัญหาริ้วรอย เมื่อฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซินเข้าที่กล้ามเนื้อมัดเล็กบริเวณใบหน้า ริ้วรอยบริเวณใบหน้าจะคลายตัวลง ลดขนาดกล้ามเนื้อให้เล็กลง ทำให้หน้าได้รูป หน้าเรียวเล็ก และมีผิวเรียบเนียน โดยไม่ทำลายกล้ามเนื้อและสามารถรับความรู้สึกต่างๆ ได้ปกติ

สาเหตุที่ฉีดโบท็อกซ์แล้วไม่เห็นผล  

1.ฉีดผิดตำแหน่ง 

      อาจเกิดจากแพทย์ผู้ฉีดไม่มีความชำนาญ ทำให้ฉีดโบท็อกซ์ไม่โดนในตำแหน่งกล้ามเนื้อที่ต้องการ เช่น อยากจะฉีดเพื่อลดริ้วรอยหว่างคิ้ว แต่ดันไปฉีดโดนกล้ามเนื้อที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง ซึ่งปัญหาที่เราอยากแก้ กลับเสียเปล่าและไม่เห็นผล

2.ฉีดโบท็อกซ์น้อยกว่ามาตรฐาน

      การใช้ปริมาณยูนิตที่ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งนั้นๆ อาจทำให้กล้ามเนื้อไม่ตอบสนองต่อตัวยา และไม่สามารถบล็อกการทำงานของกล้ามเนื้อได้อย่างเต็มที่ ซึ่งในส่วนนี้คุณหมอที่ทำการรักษาจะเป็นผู้ประเมินว่าแต่ละตำแหน่ง และปัญหาของเราต้องใช้ปริมาณเท่าไหร่จึงจะเหมาะสม

3.ยาไม่ได้มาตรฐาน หรือ โบท็อกซ์ปลอม 

      ฉีดของปลอม นอกจากจะไม่เห็นผล อยู่ได้ไม่นาน ยังมีผลเสีย คือ อาจทำให้หน้าผิดรูป เกิดการติดเชื้อได้ ซึ่งปัจจุบันมีโบท็อกซ์ปลอมเกรด A+++ ที่เหมือนของแท้ตั้งแต่ขวดจนไปถึงเลขรหัส พบได้ตามคลินิกเถื่อน หรือหมอกระเป๋า เช็คให้ดีกันด้วยนะ !

4.ดื้อโบท็อกซ์

      ถือเป็นปัญหาที่หนักที่สุด หลายๆคนมักไม่รู้ตัวว่าตัวเอง มีภาวะดื้อโบท็อกซ์ ทำให้ฉีดเท่าไหร่ก็ไม่เห็นผล บทความนี้ คุณพี่ขอพาทุกคน ไปเช็คกันดูสักนิดนะคะ ว่าเรามีอาการดื้อโบท็อกซ์ หรือกำลังจะเข้าข่ายเสี่ยงที่จะมีอาการนี้หรือไม่

เช็คตัวเองว่าคุณมีภาวะดื้อโบท็อกซ์หรือไม่ ?  

         ภาวะดื้อโบท็อกซ์ เกิดจากการได้รับยาไม่ได้มาตรฐาน มีสารปนเปื้อน กระตุ้นให้ร่างกายสร้างแอนติบอดี้(หรือภูมิคุ้มกัน) ออกมาต้าน ครั้งแรกอาจจะเห็นผลชัดเจน เพราะร่างกายรับสารแปลกปลอม แต่ก็ยังคงสับสนอยู่ ไม่รู้ว่าสารที่ปนเปื้อนกับตัวยานั้นคืออะไร จะยอมให้ยาออกฤทธิ์ไปก่อนและจะจดจำไว้ โดยเหมารวมๆว่า “สารX+โบทอกซ์ TypeA คือสารแปลกปลอม ถ้ามันเข้ามาอีกต้องต่อต้าน

         ดังนั้น ครั้งที่ดื้อมันจะเห็นผลดีก่อน แต่ครั้งหลังๆ พอมาฉีดโบท็อกซ์ ไม่ว่าจะเป็นของแท้ยี่ห้ออะไรก็ตาม ร่างกายก็จะออกมาต่อต้านและขับออกอย่างรวดเร็ว ทำให้โบท็อกซ์ที่ฉีดเข้าไปนั้นไม่เห็นผล ซึ่งเรียกได้ว่าเกิดภาวะ “ดื้อโบท็อกซ์” นั่นเองค่ะ  แม้จะฉีดของจริงก็มีโอกาสดื้อยาได้ค่ะ 

         นพ.วรพล สุขีวัฒนา ได้อธิบายถึงสาเหตุของการดื้อโบท็อกซ์ ก็คือ ผลิตภัณฑ์หรือยาที่ใช้ คุณหมอแนะนำว่า ควรเลือกใช้โบท็อกซ์ที่มีท็อกซินบริสุทธิ์มากที่สุด เพราะหากฉีดสารที่ไม่บริสุทธิ์ หรือมีโปรตีนปนเปื้อนอยู่มาก ก็อาจส่งผลให้ร่างกายต่อต้านและดื้อยาในที่สุด อีกสาเหตุหนึ่ง ก็คือ การฉีดในปริมาณที่มากๆ หรือ ฉีดบ่อยๆมากกว่า 3 เดือนต่อครั้ง ก็อาจทำให้เกิดการดื้อโบท็อกซ์ได้ จึงควรฉีดในปริมาณและระยะเวลาที่เหมาะสมจะดีที่สุดนะคะ

          โบท็อกซ์ปลอมในประเทศไทย ถือว่าระบาดหนักอย่างมาก เมื่อช่วงเดือน มิ.ย.62 ที่ผ่านมา ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ และองค์กรอาหารและยา ได้มีการเข้าตรวจและพบคลินิกเสริมความงามนำเข้าโบท็อกซ์และผลิตภัณฑ์ยาอื่นๆ ได้กว่า 400,000 ชิ้น มูลค่ากว่า 80 ล้านบาท นพ.ธเรศ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ได้ให้ความเห็นและแนะนำว่า การฉีดโบท็อกซ์จะต้องฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและต้องจำกัดปริมาณไม่ให้มากเกินไป เพราะหากมากเกินไปจะกระทบต่อจุดเชื่อมต่อเส้นประสาทกับกล้ามเนื้องมีผลทำให้หนังตาตก กระทบต่อระบบทางเดินหายใจและเป็นอันตรายต่อชีวิต

รู้ได้ยังไงว่าเรามีภาวะดื้อโบท็อกซ์ ? 

  • ระยะเวลาที่ออกฤทธิ์อยู่ได้น้อยลงเรื่อยๆ เช่นจาก 8 เดือน ลดเหลือ 6, 4, 3, 2 เดือน
  • แพทย์จะประเมิน โดยการทดสอบจากการฉีดที่หน้าผากเพียงฝั่งเดียว และดูผลหลังจากฉีด 2 สัปดาห์ หากมีริ้วรอยคงเดิม แสดงว่า คุณดื้อโบท็อกซ์ (ขึ้นอยู่กับแพทย์แต่ละคนว่าจะมีการประเมินอย่างไร) 

ผลกระทบของภาวะดื้อโบท็อกซ์

ระยะสั้น :  การรักษาไม่เป็นไปตามผลที่หวังไว้ ทำให้ต้องสิ้นเปลืองยา และต้องเสียเงินมากขึ้น

ระยะยาว : เมื่ออายุมากขึ้นและเกิดป่วยเป็นโรคบางชนิดที่เกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อซึ่งจำเป็นจะต้องใช้ท็อกซินชนิดนี้ในการรักษาจะไม่สามารถรักษาได้ ส่งผลเสียต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว

ฉีดโบท็อกซ์ยังไงให้เห็นผล

วิธีแก้ไขเมื่อมีภาวะดื้อโบท็อกซ์

1.รอให้ภูมิคุ้มกันที่ต่อต้านโบท็อกซ์หมดฤทธิ์ ซึ่งต้องใช้เวลานาน 1-2 ปี กว่าภูมิคุ้มกันนั้นจะหมดฤทธิ์ไปเอง 

2.ลองเปลี่ยนยี่ห้อที่ใช้ ซึ่งหากยังไม่ได้ผล อาจต้องหาทางรักษาด้วยวิธีอื่นๆ เช่น จากการใช้โบท็อกซ์ลดกราม เป็นการผ่าตัดแทน  

          สุดท้ายนี้ ใครที่เป็นสาวกโบท็อกซ์ ต้องระวังอย่าให้ตัวเองเกิดภาวะดื้อโบท็อกซ์จะดีที่สุด เพราะหากเกิดแล้ว จะแก้ไขได้ยาก หรือแทบแก้ไม่ได้เลย คุณพี่ขอเตือนเลยนะคะ อย่าไว้ใจของที่มีราคาถูก เพราะมันไม่ได้ดีเสมอไป  ควรเข้ารับบริการฉีดกับสถานพยาบาลที่มีใบอนุญาตประกอบสถานพยาบาลตามกฎหมาย และเลือกคลินิกที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอยู่ประจำ ก่อนการฉีดควรสอบถามและขอดูตัวยาที่ใช้ว่ามีใบอนุญาตขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายจากอย.หรือไม่ นอกจากนี้ ฉีดในปริมาณและระยะที่เหมาะสม ค่อยๆสวย แต่ชัวร์และปลอดภัยจะดีกว่านะคะ 


ขอขอบคุณสัมภาษณ์พิเศษ : นพ.วรพล สุขีวัฒนา Dr.Tony Clinic (อาจารย์แพทย์ผู้สอนเทคนิคการฉีดโบท็อกซ์และฟิลเลอร์) 

www.doctortonyclinic.com ,  www.facebook.com/dr.tonybeautyexpert

ขอบคุณข้อมูลจาก Merz Aesthetics Thailand ,Finn Clinic , Springnews


ใครที่มีคำถามสงสัยเกี่ยวกับศัลยกรรม ที่อยากจะถามคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านความงามโดยตรงที่ skindeal.me ของเราทำได้แล้วนะคะ เพียงแค่

1. สมัครสมาชิก คลิกที่นี่

2. เข้าไปตั้งคำถามที่ต้องการ คลิกที่นี่

3. รอคำตอบจากคุณหมอ โดยจะมีอีเมลล์แจ้งไปทางอีเมลล์ที่สมัครไว้เมื่อคุณหมอมาตอบแล้ว



ถ้าอยากรู้ข้อมูลเกี่ยวกับเลเซอร์และศัลยกรรมอื่นๆ ทั้งหมดก็ คลิกที่นี่ได้เลยนะคะ

อย่าลืมกดแชร์บทความเป็นกำลังใจให้คุณพี่ด้วยน้าาาา

#พอใจให้หยุด #สวยไม่สุดค่อยไปต่อ #Skindeal #QueenS


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share