กว่าจะเป๊ะ! รีวิวประสบการณ์แก้จมูกถึง 4 ครั้ง!

เรตติ้ง:
ราคา: 38000 บาท
รายละเอียดย่อ:

เสริมจมูก

ถ้าใครกำลังมีความต้องการที่จะเสริมจมูก ถ้าคุณกำลังมองหารีวิว(Review),เขียนรีวิว(Review),เสริมจมูกคืออะไร?,ต้องการ ถาม-ตอบ กับคุณหมอ,ดูราคาเปรียบเทียบ,รูปภาพก่อนหลัง และ โปรโมชั่น ของการเสริมจมูก ได้ที่...อ่านต่อ

รีวิวโดย SLC clinic   อ่านแล้ว 450 คน   คอมเม้นต์ 0   วันที่โพสต์ 20 เมษายน 2017, 16:40


กว่าจะเป๊ะ! รีวิวประสบการณ์แก้จมูกถึง 4 ครั้ง!







กว่าจะเป๊ะ! รีวิวประสบการณ์แก้จมูกถึง 4 ครั้ง!


กว่าจะสวยคมแบบนี้ ใครจะรู้..ว่าเจ็บมาเยอะ!
คุณอ๋อมแอ๋ม รดามนี สาวเชียงใหม่หน้าคมสวยดูมีเอกลักษณ์คนนี้ เธอรักความสวยความงามมาตั้งแต่เด็กๆ เมื่อโตขึ้นก็ได้เข้ามาอยู่กรุงเทพฯ ทั้งทำงานและเรียนไปด้วย ซึ่งรายได้ส่วนหนึ่งที่นอกจากที่ได้ให้ครอบครัวแล้ว เธอยังมอบความสุขให้กับตัวเอง ด้วยการดูแลความสวยที่ใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็กๆ วันนี้เธอยินดีที่จะแชร์ประสบการณ์จริงเรื่องการศัลยกรรม “เสริมจมูก” และ การอัพสวยของเธอให้กับสาวๆ โดยเธอได้เกริ่นไว้ว่า ... “ก่อนหน้าที่จะมาแก้จมูก แอ๋มเคยทำปากกระจับที่ SLC มาก่อนนะคะ ส่วนจมูกก็ได้เคยทำมาทั้งหมด 4 ครั้ง ครั้งที่ 1 - 3 แอ๋มทำจากที่อื่นหมดเลย ซึ่งมีครั้งหนึ่งเจ็บใจมากที่สุด ได้จมูกมาแบบที่ไม่เป็นไปอย่างที่ตกลงไว้ จึงอยากนำเรื่องราวมาแชร์กับคนอื่นเหมือนกันค่ะ ว่าในการทำแต่ละครั้ง เราต้องเจอกับอะไรมาบ้าง


ทำจมูกครั้งแรก เบี้ยว ไม่กล้าถ่ายรูปหน้าตรง 
เธอได้พูดถึงการศัลยกรรมเสริมจมูกในแต่ละครั้งว่า ... “ส่วนตัวคิดว่าหน้าตัวเองเหมาะกับทรงจมูกที่มีสันสูงขึ้นมาหน่อยแบบไม่สโลฟ  ดูเปรี้ยวๆ คมๆ มากกว่า คิดว่าทรงจมูกที่ดูหวานๆ จะไม่ค่อยเป็นตัวเองเท่าไหร่นะคะ แอ๋มได้เคยทำจมูกมาทั้งหมดจะมี 4 ครั้ง ซึ่งครั้งที่ 1 – 3 แอ๋มได้ทำที่คลินิกอื่น ส่วนครั้งที่ 4 ได้ตัดสินใจมาแก้จมูกที่ SLC นี่แหละค่ะ”  และ เมื่อพูดถึงการศัลยกรรมเสริมจมูกในครั้งแรก เธอได้เล่าว่า ...  “เสริมจมูกครั้งแรกแอ๋มก็ยังเด็กอยู่นะคะ จะเรียกว่าตามเพื่อนๆ ไปก็ได้ หลังทำออกมาแล้วยอมรับว่าทรงจมูกดูดีเลย แต่พอยุบแล้ว นานๆไปจมูกเอียง แอ๋มก็จะไม่ถ่ายภาพมุมหน้าตรงเลยนะ เพราะมันชัดมากๆ


แก้จมูกครั้งที่ 2 ช้ำกาย ช้ำใจที่สุด ทรงจมูกไม่เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้
“พอทำจมูกครั้งแรกมาแล้วเบี้ยว ทีนี้แอ๋มเลยคิดแก้จมูกเป็นครั้งที่ 2 ค่ะ รอบนี้เจ็บใจมากเลยจริงๆ ตกลงกันอีกทรง แต่กลับได้อีกทรง แล้วแอ๋มก็ติดต่อกลับไปที่คลินิคนะคะ แต่ก็ไม่มีใครรับผิดชอบเลย แถมเรายังได้ทรงจมูกที่ไม่ชอบ ซิลิโคนมันสั้นกว่าจมูก และ ดูสโลฟ ตอนนั้นแอ๋มเสียค่าใช้จ่ายไป 20,000.- แต่รู้สึกเสียใจมากกว่าที่คุณหมอไม่รักษาคำพูด หลังทำจมูกยังช้ำเป็นเดือนๆ มีอาการอักเสบอีก ซึ่งคนอื่นอาจจะดูว่ามันก็โอเคแล้ว แต่ตัวแอ๋มเองแอ๋มคิดว่าจมูกทรงนี้มันไม่ใช่ตัวแอ๋มเลย”

แก้จมูกครั้งที่ 3 ดั้งสูง ปลายพุ่ง กลัวซิลิโคนทะลุ 
“จากที่แอ๋มได้แก้จมูกครั้งที่ 3 จากคลินิกหนึ่งมา ต้องยอมรับว่าคุณหมอทำได้สวยเลยล่ะค่ะ แต่พอยุบบวมลงเต็มที่แล้ว สันจมูกกลับดูโด่งจนดูหลอก แกนจมูกค่อนข้างใหญ่ไม่สมส่วนกับใบหน้า อย่างเวลาที่เราถ่ายภาพก็จะไม่สามารถถ่ายได้ทุกมุม เวลาแต่งหน้าก็ต้องไลท์ดั้งให้ดูเล็กลงอยู่ตลอด ถ้าไมได้แต่งหน้าดั้งจะดูลอยๆมาจากหัวคิ้วเลยค่ะ อีกอย่างแอ๋มกลัวว่าจมูกจะทะลุด้วยเลยคิดที่จะแก้จมูกอีกครั้ง ซึ่งแอ๋มคิดว่าครั้งนี้ อยากให้เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว อยากได้จมูกที่สามารถอยู่กับเราไปได้ตลอด และ เราเป็นทรงที่เราพอใจที่สุด”


เสียน้ำตามาหลายครั้ง แก้จมูกครั้งที่ 4  ขอฝากตัวไว้ที่ SLC 
“หลังจากที่ได้ศึกษามา 1 ปีเต็ม ดูว่าเทคนิคไหนจะเหมาะกับทรงจมูกเรา และ ให้เราได้ทรงจมูกที่ต้องการ คุณหมอก็น่ารักมากนะคะ แอ๋มจะเป็นพวกจิตตก เวลาแผลยังไม่หาย หรือ ยังไม่เข้าที่ก็งอแงตลอด แต่ที่นี่เค้าให้คำปรึกษา และ รับมือกับคนงอแงอย่างแอ๋มได้ 55555 แอ๋มเริ่มจากติดต่อผ่านเซลล์ นัดปรึกษากับคุณหมอก่อน แอ๋มถามเยอะมากมายเลยค่ะ คุณหมอก็ใจเย็นตอบหมดทุกคำถาม และ ยังวาดรูปโครงสร้างจมูกที่จะเสริมให้ดู ให้เราได้รู้ และ ให้ตัดสินใจเอง ว่าควรทำแบบไหน ทั้งเทคนิคต่างๆ และ ซิลิโคนเสริมจมูกชนิดต่างๆ พูดถึงความแตกต่างว่าเทคนิคแบบไหน แตกต่างกันอย่างไร  เราก็สบายใจ และ หมอเข้าใจปัญหาของจมูกก่อนแก้ได้ดีว่าเป็นยังไงเลยตัดสินใจทำที่ SLC ในการทำจมูกครั้งที่ 4 แอ๋มได้ทำจมูกแบบเทคนิคปิดนะคะ ด้วยซิลิโคนเหลาค่ะ”


“จากนั้นทำนัดวันทำ และ ในวันที่ทำก็คุยกับคุณหมออีกรอบก่อนขึ้นเขียงเรื่องทรงจมูกให้เข้าใจตรงกัน จากนั้นเปลี่ยนชุด คลีนหน้า ทานยาแก้ปวด แก้อักเสบ และ เซ็นใบยอมรับการผ่าตัดค่ะ สำคัญมากนะคะ การศัลยกรรมจะต้องมีการยินยอมรับการผ่าตัด ซึ่งจะเป็นการรองรับความปลอดภัยของตัวเราด้วยค่ะจากนั้นพยาบาลผู้ช่วยก็จะทำการฆ่าเชื้อที่ใบหน้า และ จมูก จากนั้นคุณหมอก็เริ่มทำการฉีดยาชา บอกเลยวว่าเจ็บแค่เข็มแรกเข็มเดียวเท่านั้น และ คุณหมอก็เอาซิลิโคนเก่าออก และ เริ่มเหลาซิลิโคนอันใหม่ ระหว่างทำคุณหมอจะคุยตลอด บอกตลอด ทำให้เราสบายใจ พอเสร็จแล้ว คุณหมอก็จะให้ส่องกระจก และ เปะพาสเตอร์เพื่อลดการคลั่งของเลือด ซึ่งคุณหมอก็แนะนำให้แปะไว้ 2 – 3 วันค่ะ”


“ภาพนี้หลังทำเสร็จ พึ่งออกจากห้องผ่าตัดเลยค่ะ จากนั้นพยาบาลผู้ช่วยได้เอาเจลเย็นมาให้ประคบ ให้ถุงยาตามที่แพทย์สั่ง พร้อมอุปกรณ์ล้างแผล และ ให้คำแนะนำการดูแลต่างๆ นัดมาดูไหมอีก 2 อาทิตย์ (ทำแผลด้วยไหมละลายนะคะ) จากนั้นก็เปลี่ยนชุดกลับบ้าน”


“สิ่งที่เตรียมใจไว้มาถึงแล้ว!! เมื่อยาชาหมดฤทธิ์ คิดว่าจะต้องปวดมากแน่ๆ เลย แต่พอยาชาเริ่มหมดฤทธิ์ แอ๋มกลับรู้สึกไม่ค่อยปวด ไม่เจ็บมากเหมือนที่เคยทำมา แค่ทานยาตามที่คุณหมอบอกค่ะ”


“คืนแรกถึงคืนที่ 4 ก็ยังประคบเย็นตื่นอีกวันยังคงแปะเทปที่คุณหมอแปะให้อยู่นะคะ”

“ออกจากบ้านทุกวันไม่ได้พักเลยค่ะ และ ผ่านมา 5 วันหลังทำ แอ๋มก็ได้ทำการแกะเทปออกแล้ว”

“ส่วนวันนี้เป็นวันสอบ ต้องไปเจอคนมากมาย แอ๋มเลยเริ่มแต่งหน้าบ้างแล้ว”

สบายใจขึ้นเยอะ ได้ทรงจมูกที่ต้องการแล้ว
“การดูแลตัวเองหลังจากทำจมูกในครั้งนี้ ก็แค่ทำตามคำแนะนำของคุณหมอทุกอย่าง ทั้งการล้างแผล ประคบเย็น ประคบร้อน ตามลำดับที่คุณหมอแนะนำ ถือว่าบวมน้อยกว่าที่เคยทำมากๆนะคะ ไม่ช้ำ ผ่านไป 1 อาทิตย์ ก็หายแล้ว แต่จมูกแอ๋มใช้เวลาเข้าที่จริงๆ ประมาณ 3 เดือนค่ะ และ ปกติแอ๋มจะรีวิวแต่งหน้า เครื่องสำอางค์อยู่บ่อยๆ รู้สึกว่าพอจมูกเข้าที่แล้วดูแต่งหน้าสวยขึ้น ไม่ต้องไลท์ดั้งให้จมูกเล็กเหมือนเมื่อก่อนแล้ว สบายใจขึ้นเยอะเลย และ ยังได้ทรงจมูกที่แอ๋มต้องการด้วย”


หลังทำคนถามมาเยอะจนต้องรีวิวแชร์ประสบการณ์ "แก้จมูก"
“หลังทำคนรอบข้างถามเยอะมากๆ จนแอ๋มต้องเขียนกระทู้ขึ้นมา และ ได้เขียนลงเพจต่างๆ เพราะช่วงนั้นแอ๋มตอบทุกคนไม่ไหวจริงๆค่ะ มีแต่คนชมว่า ดูดีขึ้น คือ สวยดูเป็นธรรมชาติ เข้ากับลุคเรา ก็รู้สึกดีใจนะคะ ที่การแก้ไขจมูกครั้งนี้ผ่านไปด้วยดี”


จำนวนคอมเม้นต์ (0)